การรู้จักเว็บไซต์หนึ่งแห่งไม่ควรจบเพียงการจำชื่อหรือมองเห็นว่ามีหมวดอะไรให้เลือก แต่ควรเข้าใจด้วยว่าเว็บไซต์จัดข้อมูลอย่างไร ให้ความสำคัญกับเรื่องใด และผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญได้จากตรงไหน
KMV1 วางโครงสร้างเว็บไซต์โดยใช้หน้าหลักเป็น Hub และแยกเนื้อหาออกตามจุดประสงค์ของแต่ละหน้า เพื่อลดการนำข้อมูลหลายเรื่องมาปะปนกันในพื้นที่เดียว แนวทางนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มจาก ศูนย์กลางเว็บไซต์ KMV1 แล้วเลือกอ่านเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังค้นหาได้
หน้าเกี่ยวกับเราจึงมีหน้าที่อธิบายภาพรวมของเว็บไซต์มากกว่าการนำเสนอหมวดใดหมวดหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งแนวคิดด้านโครงสร้าง การจัดทำเนื้อหา และหลักที่ใช้ในการเชื่อมข้อมูลต่าง ๆ เข้าหากัน
เว็บไซต์ที่มีหลายหมวดสามารถกลายเป็นพื้นที่ที่ค้นหาข้อมูลยากได้อย่างรวดเร็ว หากแต่ละหน้าไม่มีบทบาทที่ชัดเจน
KMV1 จึงใช้หน้าหลักเป็นจุดตั้งต้น ขณะที่หน้ารองแต่ละหน้ารับผิดชอบหัวข้อของตัวเอง เช่น หมวดเนื้อหา รีวิว ข้อมูลกิจกรรม ตลอดจนหน้าที่เกี่ยวกับนโยบายและเงื่อนไข
ข้อดีของโครงสร้างลักษณะนี้คือ ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องอ่านทุกอย่างในครั้งเดียว สามารถเริ่มจากเรื่องที่สนใจ แล้วเดินทางไปยังข้อมูลที่สัมพันธ์กันผ่านลิงก์ภายในเว็บไซต์ได้อย่างเป็นลำดับ
เนื้อหาที่ยาวไม่ได้หมายความว่าจะมีประโยชน์เสมอไป หากอ่านจบแล้วยังไม่ตอบคำถามที่ทำให้ผู้ใช้งานเข้ามายังหน้านั้นตั้งแต่แรก
แนวทางของ KMV1 จึงเน้นการแยก Search Intent ของแต่ละหน้าออกจากกัน ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ต้องการดูความคิดเห็นสามารถเข้าไปยัง ประสบการณ์จากผู้ใช้งาน โดยไม่ต้องค้นหาข้อความรีวิวที่ซ่อนอยู่ในหน้าหมวดอื่น
ในทำนองเดียวกัน ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาก็ถูกแยกไว้ใน หน้ากิจกรรมและสิทธิพิเศษ เพื่อไม่ให้รายละเอียดชั่วคราวปะปนกับเนื้อหาหลักที่ควรใช้อ้างอิงได้นานกว่า
KMV1 แยกเนื้อหาตามลักษณะของประสบการณ์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานรู้ได้ง่ายขึ้นว่าควรไปอ่านที่ใด
ผู้ที่สนใจคอนเทนต์ภาพและธีมสามารถสำรวจ หมวดสล็อต ขณะที่ผู้ที่ต้องการดูพื้นที่แบบ LIVE สามารถไปยัง หมวดคาสิโน และหากสนใจเนื้อหาเกมไพ่โดยเฉพาะก็มี หน้าบาคารา แยกออกมาอีกระดับ
ส่วนคอนเทนต์ที่สัมพันธ์กับการแข่งขันและตารางเวลาถูกจัดไว้ใน พื้นที่กีฬาออนไลน์ ขณะที่ข้อมูลอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเน้นรอบและตัวเลขจะอยู่ใน หมวดข้อมูลตัวเลข
การแยกเช่นนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนหน้า แต่เพื่อให้แต่ละหน้ามีหัวข้อหลักของตัวเองและไม่ต้องพยายามตอบทุกเรื่องพร้อมกัน
การรู้ว่าเนื้อหาถูกจัดทำภายใต้แนวทางแบบใดเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความน่าเชื่อถือ
KMV1 จึงแยก ข้อมูลเกี่ยวกับผู้จัดทำเนื้อหา ออกจากหน้าเกี่ยวกับเรา เพื่อให้สามารถอธิบายบทบาท วิธีการเรียบเรียง และหลักในการทบทวนข้อมูลได้ละเอียดกว่า
สำหรับผู้อ่าน วิธีที่เหมาะสมไม่ใช่การเชื่อข้อความเพราะเว็บไซต์เป็นผู้เผยแพร่ แต่ควรพิจารณาความชัดเจนของเนื้อหา ตรวจสอบข้อมูลสำคัญ และดูว่าข้อความที่อ่านสามารถแยกข้อเท็จจริงออกจากคำอธิบายหรือความคิดเห็นได้หรือไม่
เว็บไซต์สามารถบอกว่าตัวเองน่าเชื่อถือได้ง่าย แต่สิ่งที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานมากกว่าคือการมีข้อมูลให้ตรวจสอบ
KMV1 จึงจัดหน้า ข้อตกลงและเงื่อนไข ไว้สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตและหลักการใช้งาน ขณะที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว มีหน้าที่อธิบายแนวทางที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของผู้ใช้งาน
ข้อมูลประเภทนี้ควรเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจได้ ไม่ซ่อนรายละเอียดสำคัญไว้หลังถ้อยคำที่คลุมเครือ และควรปรับปรุงเมื่อแนวทางของเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลง
อีกหลักหนึ่งของโครงสร้าง KMV1 คือการใช้ลิงก์ภายในตามบริบท
หากกำลังอ่านเรื่องนโยบาย ก็ควรเชื่อมไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย หากกำลังอ่านเรื่องประสบการณ์ของผู้ใช้ ก็ควรเชื่อมไปยังรีวิวหรือข้อมูลประกอบที่ช่วยตอบคำถามต่อไป
แนวคิดนี้ทำให้แต่ละลิงก์มีเหตุผลในการอยู่ตรงนั้น และช่วยให้ผู้ใช้งานเดินทางระหว่างเนื้อหาโดยไม่รู้สึกว่าถูกส่งไปยังหน้าที่ไม่เกี่ยวข้อง
ประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีไม่ได้วัดจากเวลาที่ผู้ใช้งานอยู่บนเว็บไซต์ให้นานที่สุด
ในทางกลับกัน ผู้ใช้งานควรสามารถกำหนดเวลาและขอบเขตของตัวเองได้ รวมถึงเข้าถึงข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีสติ
KMV1 จึงมี แนวทางการใช้งานอย่างรับผิดชอบ แยกเป็นหน้าสำคัญของเว็บไซต์ เพื่อรวบรวมหลักการเกี่ยวกับการจัดเวลา การกำหนดขอบเขต และการสังเกตพฤติกรรมการใช้งานของตัวเอง
เป้าหมายของโครงสร้างเนื้อหาคือทำให้ผู้ใช้งานรู้ว่า “ข้อมูลที่ต้องการอยู่ที่ไหน” โดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เว็บไซต์ใหม่ทุกครั้งที่กลับมา
หน้า Hub ช่วยให้เห็นภาพรวม หน้าหมวดช่วยลงรายละเอียด หน้านโยบายให้ข้อมูลเชิงอ้างอิง และหน้าบรรณาธิการช่วยอธิบายบริบทของเนื้อหา
เมื่อแต่ละส่วนทำหน้าที่ของตัวเอง เว็บไซต์ก็สามารถเติบโตโดยไม่จำเป็นต้องทำให้โครงสร้างซับซ้อนตามจำนวนข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
สำหรับ KMV1 ความชัดเจนจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของงานออกแบบ แต่เป็นหลักที่ใช้กับทั้งโครงสร้าง เนื้อหา และวิธีเชื่อมข้อมูลภายในเว็บไซต์เข้าด้วยกัน
เว็บไซต์ใช้โครงสร้างแบบ Hub โดยให้หน้าหลักเป็นจุดเริ่มต้น และแยกหน้ารองตามวัตถุประสงค์ของเนื้อหา เพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น
เพราะข้อมูลแต่ละประเภทตอบความต้องการต่างกัน การแยกหน้าช่วยลดเนื้อหาที่ปะปนกันและทำให้แต่ละหน้าสามารถอธิบายหัวข้อของตัวเองได้ชัดเจนกว่า
เว็บไซต์มีหน้าเกี่ยวกับผู้เขียนและผู้จัดทำเนื้อหาแยกไว้ เพื่ออธิบายบริบทของการจัดทำและทบทวนข้อมูล
สามารถอ่านได้จากหน้านโยบายความเป็นส่วนตัว ซึ่งแยกออกจากเนื้อหาหมวดทั่วไปเพื่อให้ค้นหาและอ้างอิงได้สะดวก
สามารถดูหน้าข้อตกลงและเงื่อนไข ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตและข้อกำหนดของเว็บไซต์โดยเฉพาะ
มี เว็บไซต์แยกหน้าแนวทางการใช้งานอย่างรับผิดชอบไว้ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านเรื่องการกำหนดเวลา ขอบเขต และการรักษาสมดุลได้โดยตรง